รีวิว Avengers Infinity War

เป็นภาพยนตร์ที่คนทั้งโลกรอคอย กับจักรวาลของซูเปอร์ฮีโร่ที่มาร์เวลสร้างมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี ขมวดปมเข้าสู่ยุทธภูมิแห่งการสู้รบที่มีตัวร้ายหมายคิดการบางอย่างกับจักรวาล และเหล่าฮีโร่ของโลกและสวรรค์ต้องร่วมมือกันจัดการ ‘Avengers Infinity War’ หรือชื่อไทย ‘มหาสงครามล้างจักรวาล’ นั่นแหละ

หลังคนไทยได้รู้จักกับตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวลกันมาทุกภาคทุกตัว ก็ได้เวลาที่ตัวละครเหล่านี้จะมาอยู่ร่วมในหนังเรื่องเดียวกัน ขนาดที่มีคนเปรยๆ ว่า หนังเรื่องนี้มีดาราดังครึ่งวงการฮอลลีวูดร่วมแสดงแล้ว

โลกกำลังถูกรุกรานจากมหาจอมวายร้าย ธานอส (Josh Brolin) เขาไม่ใช่เทพ ทว่ามีพละกำลังมหาศาล ยิ่งเมื่อเขามีถุงมือโลหะที่ควบคุมพลังจากอินฟินิตี้สโตนได้ ทำให้ควบคุมพลังอันไร้ขีดจำกันได้ดั่งใจ ยิ่งทำให้เขายิ่งเทพมากขึ้นไปอีก

ในครั้งนี้ จึงเกิดการระดมพลคนอะเวนเจอร์สกันมามากหน้าหลายตา ช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อหาทางยับยั้งแผนการชั่วร้ายของธานอสให้ได้ แม้ว่าซูเปอร์ฮีโร่หลายตัวจะยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่ก็ตาม

ตัวละครมากกว่า 60 ตัวที่มารวมตัวกันเพื่อผนวกกำลังเพื่อขัดขวางธานอส นำโดย กัปตันอเมริกา (Chris Evans), ไอรอนแมน (Robert Downey Jr.),​ สไปเดอร์แมน (Tom Holland), ธอร์ (Chris Hemsworth) และอีกหลายตัว

งานนี้เหมือนจะมีกระแสข่าวว่าหนาหูพอควร ว่าจะมีสมาชิกอะเวนเจอร์สที่เสียชีวิตด้วย ซึ่งก็เดากันต่างๆ นานา แต่คนที่จะรู้ก็คือคนที่ได้ดูหนังจริงๆ เท่านั้น

เรื่องราวที่ดูไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ตัวร้ายที่เก่งกาจสักตัวที่คิดอยากจะล้างบางจักรวาล เพื่อทำให้เหลือเพียงครึ่งเดียวด้วยแรงจูงใจในอดีตบางอย่างที่ไม่ได้ถูกเล่าอย่างชัดแจ้งมากนัก แต่เหล่าอะเวนเจอร์สไม่ได้เห็นด้วยในแนวคิดนั้น แถมธานอสยังทำตัวเป็นพวกนักสะสม เขามีถุงมือวิเศษที่เอาไว้เก็บอัญมณี และก็กำลังตามหา ‘Infinity Stone’ มาประดับถุงมือให้ครบทุกเม็ด ถ้าได้ครบ แค่เพียงดีดนิ้วเท่านั้น ทุกสิ่งก็จะพลันแหลกสลายได้ตามต้องการ

อาจเป็นเหตุผลที่ว่า มันจะได้เล่าเรื่องที่ตัวละครเยอะได้สมดุลที่สุด แต่ละตัวมีเรื่องให้เล่าได้เกลี่ยกันได้มากที่สุด หนังเลยเล่าว่าทีมอะเวนเจอร์สต้องแบ่งตัวออกเป็นสามทีมย่อย แต่ละทีมก็ไปกันคนละที่ และมีภารกิจที่ต่างกันออกไป ซึ่งมันก็ส่งผลดีทำให้หนังมีฉากแอ็กชั่นอยู่เป็นส่วนใหญ่ของเรื่อง แถมยังทำให้ตัวละครได้ใช้มุกตลกของตัวเองไปในระหว่างต่อสู้ได้อีกด้วย

ในมุมของคนดูที่คาดหวังความเป็นหนังแอ็กชั่นของซูเปอร์ฮีโร่ ผมว่า พวกเขาจะชื่นชอบและพอใจกับหนัง ด้วยความยาวราว 2 ชั่วโมงครึ่ง หนังที่ดูเหมือนจะยาว แต่กลับพบว่ามันไม่ได้ยาวนักเมื่อลองจับความรู้สึกระหว่างดู

หนังเริ่มต้นด้วยฉากระทึกเร้าใจ และเดินเรื่องสลับแอ็กชั่นเกือบตลอด โดยเฉพาะช่วงหลังนี่ แต่ละทีมสลับกันมีซีนของตัวเอง ฉากเปิดตัวของตัวละครหลายๆ ก็ชวนแฟนตัวยงร้องว้าวพลางปรบมือตื่นเต้นดีใจ เป็นหนังที่ให้ความบันเทิงได้ไม่เลวเลย

หากจะหาที่ติ หนังให้ความบันเทิงกับคนได้มาก อาจจะไม่ถึงชวนตื่นตากับอะไรที่แปลกใหม่มากนักในหนัง กระนั้นก็มีวิชวลที่ชวนตื่นตา เล่นกับความเป็น 3 มิติได้ดี หลายคนที่ต้องเอี้ยวหัวหลบของ และมีบ้างที่ต้องหลับตากลัวของวิ่งชน
อีกส่วนหนึ่ง คือพอหนังแบ่งทีมกันไป ก็มักจะใช้เวลายาวๆ กับแต่ละทีมจนเกือบลืมอีกทีมไปเลย

จุดหนึ่งที่หนังทำให้คนดูสนุกไปกับการดำเนินเรื่องได้ ก็คือ การที่พยายามไม่ให้คนดูเดาทางได้ถูกว่าตัวละครตัวไหนที่พวกเขาจะสูญเสียไป อาจมีฉากดราม่าบางฉากที่เรารู้สึกเฉยๆ แต่กับบางฉาก ชวนให้อินได้พอสมควรซะงั้น

การไม่คาดหวังกับหนังมากเกินไปน่าจะทำให้สนุกกับหนังได้มาก เพราะหนังไม่ได้เลวร้ายขนาดต้องสาปแช่งกัน สนุกและขำกับหนังได้ตลอดเรื่อง และอาจจะมีเซอร์ไพรซ์อยู่บ้างสักหน่อย มากน้อยก็แล้วแต่คน