รีวิว Cowboy Bebop

Cowboy Bebop คือแอนิเมชันซีรีส์ปี 1998 ที่เปิดศักราชใหม่ให้โลกได้รู้จักกับแอนิเมะไซไฟสุดล้ำจากญี่ปุ่นที่โดดเด่นทั้งงานดีไซน์คาแรกเตอร์ เรื่องราวสุดล้ำที่ผสมผสานปรัชญาอัตถิภาวะนิยม (existentialism) เข้ากับธีมเรื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจทั้งจากหนังไซไฟ หนังคาวบอยและหนังฟิล์มนัวร์ ไปจนถึงธีมสกอร์อันโดดเด่นของโยโกะ คันโนะ (Yoko Kanno)

รื่องราวของ ‘Cowboy Bebop’ จะเป็นการตามติดชีวิตของนักล่าค่าหัวอวกาศประกอบด้วย สไปค์ สปีเกิล (รับบทโดย จอห์น โช John Cho) หนุ่มลูกเล่นแพรวพราวที่ถนัดทั้งอาวุธปืนและมีดบินแต่มีความลับดำมืดที่แม้แต่คู่หูของเขาก็ยังไม่รู้ เจ็ต แบล็ก (รับบทโดย มุสตาฟา ชาเคียร์ Mustafa Shakir) คู่หูร่างยักษ์ของสปีเกิล อดีตตำรวจที่เสียแขนจากการจับกุมผู้ร้ายจนหันมาเป็นนักล่าค่าหัวและ เฟย์ วาเลนไทน์ (รับบทโดยแดเนียลลา พีเนดา Daniella Pineda) นักล่าค่าหัวสาวที่สูญเสียความทรงจำ โดยพวกเขาต้องร่วมกันจับกุมนักโทษตามหมายจับเพื่อส่งทางการและรับเงินรางวัล

โปรเจกต์ ‘Cowboy Bebop’ ถูกพัฒนามาด้วยความระมัดระวังในหลายด้านทั้งประเด็นการฟอกขาว (White Washing) ที่เคยเกิดขึ้นกับโปรเจกต์รีเมกจากงานภาพยนตร์หรือแอนิเมะของเอเซียเลยจำเป็นต้องแคสต์นักแสดงเชื้อสายเอเซียอย่างจอห์น โชมารับบทนำ ไปจนถึงกลัวคำกล่าวหาว่าเป็นการดัดแปลงโดยปราศจากจิตวิญญาณของบทประพันธ์ต้นฉบับจนถึงขั้นให้ชินนิจิโระ วาตานาเบะ ผู้กำกับแอนิเมะต้นฉบับและโยโกะ คันโน ผู้ประพันธ์เพลงต้นฉบับมาร่วมงานในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ร่วมและคอมโพสเซอร์ของซีรีส์

และถ้ายังกลัวไม่เหมือนแอนิเมะซีรีส์ก็ยังคงไว้ซึ่งไตเติลเปิดเรื่องและองค์ประกอบหลายอย่างจากแอนิเมะทั้งเสื้อผ้าและทรงผมที่แม้ของสไปค์ สปีเกิลจะไม่ได้ออกเขียว ๆ เหมือนต้นฉบับแต่ก็คงความยุ่งบนหัวของจอห์น โช แต่ที่หนักสุดคือการที่มันถูกกำกับให้นักแสดงแสดงโอเวอร์แอ็กติ้งเหมือนแอนิเมะจนดูแปร่งปร่าพิกล แต่กระนั้นผลลัพธ์ของซีีรีส์ฉบับนี้ก็ยังคงห่างไกลจากซีรีส์ไลฟ์แอ็กชันที่จะเป็นความหวังให้ผู้ชมที่รอดูการรีเมกที่เข้าท่าอยู่ดี

ยกตัวอย่างประการแรกแม้ว่าอาจจะไม่ยุติธรรมนักแต่การคัดเลือกนักแสดงมีผลต่อสายตาคนดูจริง ๆ เริ่มที่่จอห์น โชที่แม้จะพยายามฟิตหุ่นและดูกระฉับกระเฉงแค่ไหนแต่ด้วยสังขารที่แม้จะยังไม่ถึงขั้นชราแต่พอต้องมารับบทสไปค์ สปีเกิลที่แอนิเมะพยายามปั้นให้ดูเป็นหนุ่มทะเล้นกวนโอ๊ยและเสน่ห์แพรวพราว โชกลับไม่สามารถมอบสิ่งนั้นให้ผู้ชมได้เลยแต่กลับไปเน้นดราม่าและบุคลิกดูกวน ๆ แต่ไร้เสน่ห์ดึงดูดแทน มิหนำซ้ำเรายังต้องมานั่งลำใยกับบทรำพึงรำพันรักเก่าที่แทบไม่ทำให้เรื่องเดินหน้าสักเท่าไหร่อีกต่่างหาก

และแม้ตอนนี้ยังเดาอนาคตไม่ได้แต่หากมีซีซัน 2 เชื่อว่าทีมผู้สร้างต้องทบทวนแนวทางการสร้างสรรค์แล้วล่ะว่าทำไมซีซันแรกถึงออกมาเป็นซีรีส์ชายวัยกลางคนคลั่งรักที่มีนักแสดงแต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครจาก ‘Cowboy Bebop’ แบบนี้แทนที่จะเป็นซีรีส์คาวบอยอวกาศผจญภัยสุดมันต่อยอดจากฉบับแอนิเมะอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก