รีวิว Death Wish

Death Wish บางครั้ง โชคชะตาก็พาเราให้หันเหไปเจอเส้นทางที่เราไม่ได้คาดคิด บางที เราก็เดินไปในเส้นทางที่เราไม่ได้วางไว้แต่แรก จากเดิมที่เคยเป็นคนๆ หนึ่งที่ดำเนินชีวิตด้วยความคิดแบบหนึ่ง แต่แล้วอีกวัน เราก็กลับกลายเปลี่ยนไปเป็นอีกคน

เรื่องราวของ “พอล เคอร์ซีย์” ศัลยแพทย์มากฝีมือและคุณพ่อตัวอย่างที่สัมผัสได้ถึงความรุนแรงที่กำลังก่อตัวขึ้นในเมืองชิคาโกจากการทำงานในห้องฉุกเฉินแต่ละวัน ต้องมาดีแตกเพราะวันหนึ่งลูกเมียของเขาถูกโจรชั่วบุกเข้าบ้านมาทำร้ายจนปางตาย

ในเมื่อตำรวจมีงานล้นมืออยู่แล้ว ด้วยความแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก พอลขอเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นเครื่องจักรสังหารเพื่อทวงเอาความยุติธรรมกลับมา

เขาไล่ประหารพวกนอกกฎหมายจนเป็นที่กล่าวขาน คนทั้งเมืองตั้งคำถามว่าศาลเตี้ยคนนี้คือยมทูตแห่งความตายหรือเทพผู้คอยพิทักษ์ประชาชนกันแน่

จุดเด่น สิ่งที่พอเดาได้ว่าบทหนังของ โจ คาร์นาฮาน แห่ง The A Team และ Smokin’ Aces เลือกดัดแปลงให้พอล เคอร์ซีย์เป็นหมอ น่าจะเป็นการกำหนด ธีม ความขัดแย้งระหว่างการเป็นหมอ ผู้รักษาชีวิต และการเป็นนักฆ่าจากความแค้น

ซึ่งทำให้ตัวละคร พอล เคอร์ซีย์ น่าสนใจไม่น้อย และโจก็สามารถถักทอเรื่องราวของคุณหมอ พอล ได้น่าเห็นใจและไม่ด้อยสติปัญญาในการแก้ปัญหาตอนท้ายเรื่อง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นในการวางปมการกระทำตัวละครที่โจ คาร์นาฮานช่ำชองอยู่แล้ว

จุดด้อย แต่กระนั้นสิ่งหนึ่งที่เนื้อหาของ Death Wish ฉบับนี้พยายามสร้างความแตกต่างคือการนำเรื่องราวของบทบาทโซเชี่ยล มีเดียและการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อในสังคมออนไลน์มาคอยย้ำเตือนสติของคนดูไม่ให้เอนเอียงต่อการกระทำของ พอล เคอร์ซีย์แต่เพียงฝ่ายเดียว

แต่ถามว่ามันส่งผลอะไรกับโครงเรื่องหรือไม่ คำตอบคือ ไม่เลยครับ ฉากที่รายการวิทยุวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพอล กลับกลายเป็นส่วนเกินที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของหนังเท่าไหร่นัก

มิหนำซ้ำการที่หนังดึงเรื่องการโพสต์วีดีโอลงโซเชี่ยล มีเดีย กลับยิ่งทำให้เห็นความด้อยปัญญาของตำรวจหนักเข้าไปอีก โดยเฉพาะ นักสืบ เควิน เรน ที่เจอหน้าอีกตา พอล แทบทุกวันแต่กลับไม่สงสัยอะไรเลย

ผู้กำกับ 

อีไล  รอธ (Eli Roth)

นักแสดง

บรูซ  วิลลิส (Bruce Willis)

วินเซนต์  ดิโอโนฟรีโอ (Vincent D’Onofrio)

เอลิซาเบธ ชู (Elisabeth Shue)