รีวิว Dune

 Denis Villeneuve เป็นผู้กำกับเบอร์ตัวเตง แห่งยุค และเคยเข้าชิงออสการ์จากผลงานไซไฟ-ปรัชญาสุดล้ำอย่าง  Arriva l บันไดความสำเร็จครั้งนั้นสานฝันในวัยเยาว์ของเขา นั่นคือการหยิบเอานิยายไซไฟสุดคลาสสิกของ Frank Herbert อย่าง Dune ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1965 และไม่เคยประสบความสำเร็จในการทำเป็นภาพยนตร์หรือซีรีย์เลยสักครั้ง มาเนรมิตเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ โดยใช้ทุนสร้างสูงถึง 165 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และลงทุนไปถ่ายทำ ณ ทะเลทรายจริง ๆ ที่จอร์แดนและสหรัฐฯ อาหรับ เอมิเรตส์ อันร้อนระอุ

จุดเริ่มต้นเรื่องราวของ ‘Dune’ คือ”สไปซ์”ทรัพยากรทรงคุณค่าแห่งดาวอาร์ราคีสที่เดิมจักรพรรดิ์พาดิชาห์เคยให้ตระกูลฮาร์คอนเนนปกครองและทำหน้าที่สกัดสไปซ์ส่งออกให้ผู้มีอำนาจ แต่แล้ววันดีคืนดีจักรพรรดิ์ก็มอบหมายให้ตระกูลอเทรดีส อันสูงศักดิ์เดินทางไปดูแลหัวเมืองอย่างอาร์ราคีสและผลิตสไปซ์ป้อนเข้าส่วนกลาง แต่แท้จริงแล้วมันคือแผนของจักรพรรดิ์ที่ต้องการรวบอำนาจและกำจัดคู่แข่งทางการเมืองอย่าง เลโท อเทรดีส (รับบทโดยออสการ์ ไอแซค Oscar Isaac) รวมถึงเหล่าฟรีเมนผู้ครองทะเลทรายแห่งอาร์ราคีสให้สิ้นซาก

ปิดท้ายที่งานรวมดาราของหนังซี่งก็ต้องยอมรับว่า รีเบคกา เฟอร์กูสัน ดูจะได้ความโดดเด่นจากหนังไปเยอะที่สุดทั้งจำนวนช็อตที่ปรากฎกายหรือกระทั่งความสำคัญในหนังและเธอก็ถ่ายทอดบทบาทได้อย่างโดดเด่นจริง ๆ ส่วนทีโมธี ชาลาเมต์ก็ฉายเสน่ห์อย่างเต็มเปี่ยมและถ่ายทอดเคมีความโรแมนติกกับเซนดายาได้อย่างลงตัว แต่ตำแหน่งนักแสดงที่สาว ๆ จะกรี้ดที่สุดเห็นจะเป็น เจสัน โมโมอา (Jason Momoa) ในบท ดันแคน ไอดาโฮ ที่มาลุคหนุ่มล่ำเคราเตียน ๆ พร้อมคิวบู๊มัน ๆ เท่ ๆ ที่บอกเลยว่าสาว ๆ มีละลายแน่นอน

 ‘Dune’ ไม่ใช่เรื่องหมู ๆ ที่ใครจะเอามาทำภาพยนตร์ดี ๆ ได้แต่ก็ด้วยความสามารถและแพชชันของเดอนีส์ วิลล์เนิฟว์ที่เป็นแฟนนิยายมาทั้งชีวิต และสำหรับบทหนังวิลล์เนิฟว์ร่วมเขียนกับอีริค รอธ (Eric Roth) มือเขียนบทระดับตำนานจาก ‘Forrest Gump’ และ จอห์น สเปตส์ (Jon Spaihts) นักเขียนบทหนังไซไฟมือฉมังจาก ‘Prometheus’ มารังสรรค์บทหนังโดยดัดแปลงจากนิยายเล่มแรกแต่จะเล่าเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นในหนังภาคนี้

 หากใครมองหาความแอ็คชั่นมันส์ระเบิดตูมตามเรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ จะหนักไปทางการเล่าเรื่องให้อินกับเนื้อหาซะมากกว่า

คงไม่ต้องอวยอะไรกันให้มากมายอีกแล้วนอกจากอยากเชิญให้คุณไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง เชื่อเถอะว่าดูแล้วจะนึกไม่ออกเลยว่าเราจะดูหนังสเกลนี้ ทำได้ดีขนาดนี้ในจอเล็ก ๆ ได้ยังไง