รีวิว Kingsman 1

Kingsman 1 หนังเรท R, มีภาพที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนและผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี, การกลั่นแกล้ง, การลักเล็กขโมยน้อย,ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ,ความตาย ,คำหยาบคาย, การใช้บุหรี่และสารเสพติด, การจับเป็นตัวประกัน ,ปัญหาความรุนแรงหรือการทำร้ายในครอบครัว, การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, การเหยียดเพศ ชาติพันธุ์, ชายเป็นใหญ่, อ้วกและเลือด

หลังจาก Kingsman องค์กรสายลับระดับโลก สูญเสียสมาชิกไปหนึ่งคน อาเธอร์ หัวหน้าองค์กรจึงประกาศวาระคัดสรรสมาชิกใหม่มาดำรงตำแหน่งและรับผิดชอบภาระหน้าที่ แลนเซล็อต ต่อจากคนเก่าผู้วายชนม์ สมาชิก Kingsman แต่ละคนมีหน้าที่ไปเสาะหาคนที่เหมาะสมมาคนละหนึ่งคน เพื่อเอามาแข่งขันชิงเก้าอี้ โดยแฮร์รี่ ฮาร์ทเจ้าของโค้ดเนม กาลาฮัดเลือกเด็กเกรียน แกรี่ “เอ๊กซี่” อันวิน มาเป็นผู้เข้าชิงตำแหน่ง เพราะเอ๊กซี่เป็นลูกชายของอดีตผู้สมัครที่เคยสละชีพของตนเข้าช่วยชีวิตเขาไว้หลายปีก
่อน ตำแหน่งมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เด็กๆ ทุกคนต้องเข้ารับการเทรนและเทสต์แต่ละด่านๆ โดยเมอร์ลิน ในขณะเดียวกันแฮร์รี่ก็มีภารกิจต้องจัดการกับริชมอนด์ วาเลนไทน์ มหาเศรษฐีอัจฉริยะไอทีที่ฉลาด รวย และเลวมาก กับลูกสมุนมือขวาของเขากาเซล นักฆ่าสาวขาโหด ผู้มีขาเทียมอันแหลมคมเป็นอาวุธ

ต้องบอกก่อนว่าผมเริ่มดูเรื่องนี้เพราะพี่สาวแนะนำครับ ประจวบเหมาะกับที่ตอนนั้นเรื่องนั้นลง Netflix ใหม่ๆ(ตอนนี้ออกไปแล้ว)ผมเลยถือโอกาสลองดู
สำหรับ Kingsman The Secret Service เป็นหนังกำกับโดย Matthew Vaughn มีต้นฉบับเป็นหนังสือคอมมิคชื่อเดียวกัน ตัวหนังยังคงกลิ่นอายน่าตื่นตาตื่นใจของหนังสายลับไว้อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องของเทคนิคภาพ ความอลังการของเทคโนโลยี เรียกได้ว่าอะไรที่คุณคาดหวังจะได้รับจากหนังสายลับดี ๆ สักเรื่องจะสามารถพบเจอได้ในเรื่องนี้อย่างแน่นอนครับ
ผมชอบการใส่ไอเดียความตลกเกรียน ๆ ผสมความผิดด้านของตัวละครแต่ละตัว ในเรื่องอื่นพระเอกอาจจะเป็นคนดีจนน่าใจหายตัวร้ายก็ร้ายจนดูไม่มีเหตุผล แต่กับเรื่องนี้ผมคงพูดไม่ได้เต็มปากว่าตัวละครฝั่งพระเอกเป็น “พระเอก” และตัวร้ายเป็น “ตัวร้าย” กันจริง ๆ เพราะการใส่บทบ้าดีเดือด บทสยองที่ดูครั้งแรกอาจจะเผลอตกใจนิดหน่อยว่าทำไมตัวละครถึงได้มีรีแอคชั่นแบบนั้นกั
นนะเลยทีเดียวล่ะครับ
ตัวพล็อตไม่ได้หวือหวาจนเข้าใจยาก ยังมีความแบน ๆ เป็นสองมิติอยู่บ้าง มีจุดหักมุมนิดหน่อยแต่ยังคงเดินเรื่องตามสูตรแบบหนังสายลับได้ครบ แต่ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ครับว่าเรื่องนี้มีฉากชูโรงชั้นดีคือฉากบู๊ประกอบกับเพลงที่เข้ากันได้ลงตัวมาก ๆ เรียกได้ว่าหนำใจแน่นอน

(สปอย)
เรียกได้ว่าเรื่องนี้ขนนักแสดงที่แค่ชื่อก็การันตีคุณภาพการแสดงมาอย่างคับ
คั่ง ไม่ว่าจะเป็น Colin Firth, Samuel L. Jackson หรือนักแสดงคู่บุญของผู้กำกับแมทธิว วอห์นอย่าง Mark Strongเองก็มาประกบนักแสดงหน้าใหม่แกะกล่อง Taron Egerton ต้องเรียกว่าจริง ๆ แล้วไม่ชอบหนัง เข้าไปดูหน้านักแสดงก็คุ้มแล้วล่ะครับ (ฮา)
เรื่องนี้คุณอาโคลินเล่นบทบู๊ได้เฉียบมาก ฉากลองเทคในโบสถ์เรียกได้ว่าดึงอารมณ์หลาย ๆ คนได้จนต้องอ้าปากค้างทีเดียว เห็นว่าอาโคลินต้องฝึกเพื่อเล่นฉากบู๊เหล่านี้อยู่นานใช่ย่อยเลยล่ะครับ
ซามูเอลเล่นเป็นวาเลนไทน์ได้น่าระแวงมาก เพราะเป็นตัวร้ายที่ฉลาดโคตร ๆ เสียอย่างเดียวคือพี่แกค่อนข้างจะอ่อนไหวกับเลือดการฆ่าคนด้วยมือตัวเอง ซึ่งก็เป็นจุดขัดแย้งที่ตลกร้ายและน่ารักดีครับ
มาร์ค สตรองคนนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะผมโดนตกด้วยการดูเรื่องนี้นี่แหละครับ หลงรักมาก ผมเชื่อว่าด้วยคาแรคเตอร์ที่คุณมาร์คแสดงต้องมีคนตกหลุมรักเมอร์ลินแบบผมไม่น้อยแน่ ๆ
ส่วนทารอนนั้น ถึงจะเป็นเรื่องแรกแต่ก็เป็นเรื่องที่แจ้งเกิดให้แน่นอน เพราะเขาเอาบทเอ๊กซี่ได้อยู่หมัดมาก ๆ ไม่มีแม้แต่แว๊บเดียวที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนนั้นคนนี้น่าจะแสดงแทนได้ดีกว่า ทารอนสุดยอดจริง ๆ ครับสำหรับบทนี้