รีวิว My Name

My Name เรื่องนี้ฮันโซฮี รับบทเป็น ยุนจีอู สมาชิกแก๊งดงชอน แก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่แฝงตัวเข้าไปเป็นหนอนบ่อนไส้ในกรมตำรวจ เพื่อสืบหาคนที่ฆ่าพ่อของเธอแล้วปลิดชีวิตมันซะ เธอได้รับการเสี้ยมสอนจาก ‘ชเวมูจิน’ (พัคฮีซุน) หัวหน้าแก๊งดงชอน ผู้ที่ฝึกให้เธอกลายเป็นสายบู๊ในโลกมืดที่ไม่สะทกสะท้านกับความเจ็บปวด ระหว่างที่เธอเดินหน้าเพื่อแก้แค้น เธอได้พบกับ ‘จอนพิลโด’ (อันโบฮยอน) ตำรวจสายสืบในหน่วยสืบสวนยาเสพติดที่เป็นคู่หูของเธอ จนได้พบกับความจริงอันโหดร้ายที่ทำให้เขากลายเป็นแสงสว่างเพียงน้อยนิดในชีวิตของเธอ

ในเรื่องมีการใช้ฉากแอคชั่นในรูปแบบการต่อสู้ระยะประชิดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมีจุดเด่นด้านการเพิ่มความดราม่าให้กับซีรีส์เพราะเป็นการต่อสู้ที่เน้นการแลกเปลี่ยนอารมณ์โดยตรงระหว่างตัวละครได้ดี แม้ซึ่งมีเสียงวิจารณ์อยู่บ้างว่าจำเจ แต่เมื่อนำผู้หญิงมาเป็นตัวหลักการต่อสู้โดยเน้นกำลังนี้ จึงความความหมายพิเศษขึ้นมาเพราะมันทำให้ซีรีส์มีความเป็นเฟมินิสต์อย่างเข้มข้นมากขึ้น ต่างกับตัวละครหญิงหลายตัวอื่นที่ต้องใช้ กลโกงทริค มารยา พรสวรรค์ จีอูต่อสู้เก่งด้วยการฝึกฝนด้วยกำลังและอาวุธที่เท่าเทียมกับผู้ชายในเรื่อง ใช้เทคนิคการโจมตีจุดตายของคู่ต่อสู้ เพื่อปิดจุดด้อยของตัวเอง

แม้จะยังมีฉากที่เห็นความเสียเปรียบของการเป็นผู้หญิงอยู่บ้าง เช่นฉากการต่อสู้แรก ๆ หรือการที่จีอูโดนเพ่งเล็ง โดนดูถูกเพราะเป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊งอันธพาลใหญ่ ๆ แต่ว่าอีกไม่นานเกินรอจีอูก็ฟาดคำดูถูกและคู่ต่อสู้กระเด็นไปไกล ฉะนั้น My Name จึงห่างไกลกับการเป็นซีรีส์ที่ขยี้ประเด็นผู้หญิงถูกกระทำ ผู้หญิงเป็นเหยื่อ แต่ทำเกิดความเท่าเทียมอย่างแท้จริงในเรื่อง เพราะดูไปเรื่อย ๆ เราจะไม่เห็นว่าเพศเป็นเรื่องสำคัญ เราเห็นใจจีอูจากอดีตที่โหดร้าย ชะตากรรมที่น่าเศร้า และการต่อสู้แบบทุ่มเททุกอย่างหมดหน้าตักเพื่อเป้าหมาย และรู้แค่เรารักและเอาใจช่วยให้ตัวละครตัวนี้เอาชนะทุกอย่างให้ได้

เอาจริงๆถ้าพูดถึงพล็อตเรื่องมันก็ไม่ได้มีอะไรมากพอจะเดาทางออก แต่ความสนุกจริงๆมันอยู่ที่การแสดงของนักแสดงนี่แหละ ใส่กันนัวจนลืมผีเสื้อไปเลย ภาพสวย มุมกล้องดี  อินเนอร์สายตาคือดูแล้วอิน ดูแล้วแค้นตาม

แนะนำว่ายังไงก็ต้องดูให้ได้โคตรรับประกันความสนุกเลย เนื้อเรื่องต้นกับปลายมีย้อนแย้งกันนิดๆหน่อยๆ แต่ปล่อยเบลอให้ได้