รีวิว Skylines 3

ในตอนที่หนังไซไฟฟอร์มรองหรืออาจจะเรียกว่าหนังเกรด B อย่าง Skyline (2010) เข้าฉายเมื่อ 11 ปีก่อน แฟนหนังคงไม่นึกว่า หนังจะประสบความสำเร็จขนาดมีภาค 2 และ 3 ตามมา แต่ตอนนี้หนังภาค 3 ก็ใกล้จะเข้าฉายในบ้านเราแล้ว ภาคแรกนั้นทำรายได้รวมทั่วโลกไป 66 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 10 ล้านเหรียญฯ ส่วนภาค 2 Beyond Skyline (2017) ได้นักแสดงอย่าง Frank Grillo จาก Captain America: The Winter Soldier (2014) มานำแสดง แต่ทำรายได้ไม่ค่อยดีและหนังไปฉายแบบโฮมวิดีโออย่างรวดเร็ว รีวิว Skylines 3

เมื่อไวรัสเข้าคุกคามและเปลี่ยนลูกผสมมนุษย์ต่างดาวบนโลกที่เป็นมิตรให้กลับกลายเป็นปรปักษ์กับมนุษย์ กัปตันโรส คอร์ลีย์ จำต้องนำทัพทีมทหารชั้นยอดออกปฏิบัติภารกิจมุ่งสู่โลกต่างดาว เพื่อกอบกู้สิ่งที่เหลืออยู่ของมนุษยชาติ

ในตอนที่หนังไซไฟฟอร์มรองหรืออาจจะเรียกว่าหนังเกรด B อย่าง Skyline (2010) เข้าฉายเมื่อ 11 ปีก่อน แฟนหนังคงไม่นึกว่า หนังจะประสบความสำเร็จขนาดมีภาค 2 และ 3 ตามมา แต่ตอนนี้หนังภาค 3 ก็ใกล้จะเข้าฉายในบ้านเราแล้ว

ภาคแรกนั้นทำรายได้รวมทั่วโลกไป 66 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 10 ล้านเหรียญฯ ส่วนภาค 2 Beyond Skyline (2017) ได้นักแสดงอย่าง Frank Grillo จาก Captain America: The Winter Soldier (2014) มานำแสดง แต่ทำรายได้ไม่ค่อยดีและหนังไปฉายแบบโฮมวิดีโออย่างรวดเร็ว

Liam O’Donnell ผู้ร่วมสร้างหนังภาคแรก รวมถึงเป็นผู้กำกับและเขียนบทของหนังภาค 2 ได้กลับมาทำหน้าที่กำกับและเขียนบทภาคนี้อีกครั้ง นักแสดงสมทบของหนังยังประกอบไปด้วย Jonathan Howard จาก Godzilla: King of the Monsters (2019), Daniel Bernhardt จากซีรีส์ Altered Carbon, Rhona Mitra จาก Doomsday (2008)

และ James Cosmo จาก Braveheart (1995) ใครที่ชอบหนังไซไฟเอเลียน Aliens (1986) ของ James Cameron ผสม ID4 (1996) และชอบหนังแนว found footage ในภาคแรกผสมศิลปะป้องกันตัวในภาค 2 แล้วกลายเป็นอย่างที่เห็นในภาค 3 นี้

หลายปีผ่านไปภายหลังจากที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก อดีตผู้รุกรานจากนอกโลกได้เปลี่ยนแปลงชีววิทยาของตนเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสงบสุข แต่เมื่อไวรัสร้ายปรากฏขึ้น มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ก็เริ่มเปลี่ยนกลับไปสู่การล่าฆ่ามนุษย์โดยไม่อาจหยุดยั้งได้

เพื่อกอบกู้โลก กัปตันโรส คอร์ลีย์ ลูกครึ่งมนุษย์-เอเลี่ยนผู้มีพลังพิเศษ ต้องนำทีมทหารชั้นยอดออกปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายสุดขอบอวกาศ ณ ดาวเคราะห์ของเอเลี่ยนสุดอันตราย

ภาค 3 ซึ่งจะเป็นตอนปิดไตรภาค มีชื่อว่า Skylines (หรือเขียนแบบเท่ ๆ ว่า Skylin3s) เนื้อหาจะต่อจากตอนจบของภาคที่แล้วที่ทิ้งปมเอาไว้ เมื่อกลุ่มมนุษย์ที่เหลือรอดได้ใช้ยานของเอเลียนเดินทางข้ามจักรวาลไปยังดาวบ้านเกิดของเอเลียน เพื่อติดตั้งระเบิดเพื่อทำลายดาวดวงนั้นให้สำเร็จ

ก่อนที่ไวรัสที่เอเลียนได้ส่งมายังโลกจะฆ่ามนุษย์จนหมด Lindsey Morgan จากภาค 2 กลับมารับบทเป็นผู้กอง Rose มนุษย์ข้ามสายพันธุ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ที่ถูกเอเลียนเอาไปดัดแปลง ทำให้เธอมีพลังพิเศษและจะเป็นผู้นำภารกิจทำลายดาวเอเลียนในครั้งนี้

เรื่องนี้แอ็คชั่นดีจริง โดยแอ็คชั่นไม่ได้ยิงอย่างเดียว มีการใส่ Martial Arts ศิลปะการป้องกันตัวเข้าไปทำให้มันดูสนุกขึ้น โดยเวลาที่ใช้สำหรับซีนต่อสู้แบบป้องกันตัวนี้คิดว่านานกำลังดี ดูไม่น่าเบื่อ แต่ตอนแรกก็แอบสงสัยเล็ก ๆ ว่ากระสุนปืนมันทำไมหมดบ่อยจัง ตอนหลังถึงบ้างอ้อจะได้มาโดด เตะ ต่อย ถีบกันไง

อีกอันที่ดีเห็นชัดก็น่าจะเป็น Visual Effects เพราะหากได้ดูเครดิตตอนท้ายเรื่องจะเห็นเลยว่ามีหลายซีนถ่ายทำบน Green Screen แต่พอออกมาเป็นภาพยนตร์แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ฉากในโลกอวกาศที่ดูมืดมน เคว้งคว้าง ตัวละครเอเลี่ยน

ทั้งหมดล้วนดูสมจริง ว้าวเลย เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนต้องขบคิดอะไรมาก การผูกปม แก้ปมจบสมบูรณ์ในตัว ถึงไม่เคยดูภาคก่อนหน้าก็สามารถเข้าใจติดตามเนื้อเรื่องได้

เอาจริง ๆ ในตอนแรกนึกว่าจะมาแบบซัดแหลก บู๊สนั่น ถล่มดาวเอเลี่ยน แบบเวอร์ ๆ ไปเลย ไม่พล่ามไม่อะไรทั้งนั้น มันก็มีอะไรทำนองนั้นแต่มันไม่ใช่อย่างที่คาดสักเท่าไหร่ แต่ในภาพรวมมันก็ยังพอดูได้เพลิน ๆ แหละมั้ง ก็ยินดีด้วยที่เข็นมาจนจบไตรภาคได้จากหนังทุนต่ำเรื่องนึง