รีวิว Spider-Man Far From Home : สไปร์เดอร์แมน ฟาร์ฟอร์มโฮม

รีวิว Spider-Man Far From Home ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ที่หนังเรื่อง สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม ได้เข้าฉายไปเมื่อเดือนกรกฎาคม หนังแอ็คชั่น ผจญภัย สุดมันส์ ที่มีความตลกอยู่หลายฉากในเรื่องนี้ หนังดีๆ จากค่ายยักษ์ใหญ่ Marvel และ SONY โดยเนื้อเรื่องจะดำเนินต่อจาก Avengers: Endgame นั่นเอง

Spider-Man Far From Home
Spider-Man Far From Home

เรื่องย่อแบบไม่สปอย หลังจากการดีดนิ้วใน Endgame ปีเตอร์ต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ก็ต้องใช้ชีวิตในฐานะเพื่อนบ้านที่แสนดี ฮีโร่แมงมุมต่อไป ที่ทำให้เขาและเพื่อนไปต้องตกอยู่ในอันตราย เขาต้องอยู่กับพลังที่ยิ่งใหญ่ และแบกความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งเกินกว่าเด็กไฮสคูลคนนึงจะแบกรับ และต้องเป็นตัวแทนฮีโร่คนต่อไป ให้ประชาชนมีที่ยึดเหนี่ยว

Spider-Man Far From Home
Spider-Man Far From Home

หนังดำเนินเรื่องได้ดี อธิบายคำถามที่หลายคนคาใจได้รวดไว และเชื่อว่าทุกคนคงเห็นมีมหรือตามเพจช่วงที่แควินไฟกี หรือทอม ฮอลแลนด์พยามตอบคำถามแฟนๆแล้วล่ะ ที่เขาล้อว่าจักรวาลมันมีรูโบ๋ๆ หลุมขนาดใหญ่

แน่นอน ไทม์ไลน์ในหนังมันคือเหตุการณ์หลัง Endgame รู้สึกชอบนะที่หนังภาคนี้ไม่ค่อยไปทิศทางเศร้า หรืออาลัยอาวรณ์การจากไปของโทนี่มากไป แต่กลับปล่อยมุขมารัว ๆ สับๆๆ ให้ขำขันกับเหตุการณ์ที่ว่า

เหมือน MCU พยามบอกคนดูๆว่า คนที่จากไปแล้ว ก็จากไปแล้ว อย่ามัวอาลัยอาวรณ์กันอยู่ เราต้องเดินไปต่อนะ

ช่วงแรกของหนังมีความสดใส ล้างอารมณ์ค้างจากตอน Endgame

มันเหมือนเราดูหนังชีวิตวัยรุ่น หนังไฮสคูล ก๊วนเพื่อนตะลอนทริป กับรักวุ่นๆปีเตอร์ แบบพวก Breakfast Club ไม่ได้น่าเบื่อ ดูเพลินๆได้

ตัวหนังดำเนินเรื่องได้สนุกกว่าภาคแรก และชวนติดตาม รู้สึกได้ว่าไม่มีตอนไหนของหนังที่รู้สึกอยากหาว ทั้งโมเม้นท์ความรัก ส่งมุขแป๊กบ้างไม่แป๊กบ้าง ไม่มีอะไรน่าเบื่อเลย แบบอยากเห็นซีนแบบนี้เยอะๆด้วยซ้ำ

แถมฉากแอ็คชั่นภาคนี้ ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ตื่นตา ดูสนุกมากก..
หนังสามารถนำเสนอการต่อสู้สไตล์แมงมุมได้โคตรเท่ และโอเครด้านมุมภาพ แม้ว่าบางช็อต จะสู้มันส์จนดูไม่ทันบ้างก็ตาม(เอฟเฟคมันเยอะ ตายลาย)

ภาคนี้ ปีเตอร์ ตัวละครนำ เริ่มมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เห็นได้จากความคิดหรือการกระทำ
ซึ่งสวนทางกับภาคแรก (แบบเมื่อก่อนอยากเข้าอเวนเจอร์ แต่ตอนนี้กลับทวงชีวิตวัยรุ่น)

สไปดี้ภาคนี้เล่นแง่คล้ายๆภาค2 ฉบับโทบี้แม็คไกวร์
คือจะเป็นตัวเอง หรือเป็นในทางที่คนอื่นอยากให้เป็น

มันก็สอนผู้ใหญ่เราๆได้อย่างนึง จากข่าวดังๆดาราเด็ก MCUช่วงนี้ คือ อย่าคาดหวังอะไรกับเด็กจนเขาไม่มีชีวิตตัวเอง
แต่แน่นอน ถ้าเมื่อใดเด็กเลือกเดินเส้นทางชีวิตมาถึงจุดสูงสุด ณ จุดๆนึงแล้ว ก็ต้องยอมเสียสละชีวิตส่วนตัว

แต่ปีเตอร์ฉบับนี้ ไม่ได้ชีวิตหมองหม่น กรรมซัด ชีวิตรักพังขนาดแบบของโทบี้ ก็แค่เด็กวัยรุ่นคนนึงอยากมีชีวิตธรรมดา

หนังค่อนข้างเซอร์ไพรส์หลายๆจุด และเดาทางอะไรไม่ออกเลย ว่าMCUจะให้หนังภาคนี้ไปทางไหน เหมือนใช้ประเด็นเล่นแง่ความจริง ไหนจริงไหนเท็จ จนคนดูไม่มีทางคาดเดาเนื้อเรื่องได้
ตัวร้ายภาคนี้เเป็นสิ่งทีาเห็นแตาก็มองไม่เห็น โอ้ยร้าววว
ตัวอย่างก็ตัดหลอกบางซีนก็ไม่มีในหนังจริง

สรุปรวม.. เป็นหนังสไปดี้ฉบับที่สนุกอีกภาค ที่นอกจากความตระการตาด้านแอ็คชั่น แต่ยังเต็มไปด้วยโรแมนติกคอมเมดี้ไฮสคูล

ด้วยเหตุนี้ หนัง สไปดี้ Far From Homeภาคนี้ จึงเป็นภาคที่สนุก และแอดยกให้เป็นอันดับสอง รองจาก Spider-Man 2 ของแซมไรมี่ ในบรรดาหนังแมงมุมคนแสดงที่เคยมีมา และก็ชอบเป็นอันดับสองเช่นกันในจักรวาลหนัง MCU รองจาก Endgame

รับชมภาพยนตร์ระดับ4K