รีวิว TERMINATOR: DARK FATE – คนเหล็ก 6

เมื่อปี 2015 เราได้ดูหนังคนเหล็กเป็นครั้งแรก ภาคนั้นชื่อภาค Terminator Genisys หรือ คนเหล็ก 5 ซึ่งเป็นฉบับ part remake – part reboot กล่าวคือ ใช้ตัวละครหลักตัวเดิม แต่เปลี่ยนตัวนักแสดง (ยกเว้นลุง Arnold Schwarzenegger) และเล่าเรื่องในไทม์ไลน์ใหม่/ยูนิเวิร์สใหม่ อย่างที่หนังภาคต่อหลาย ๆ เรื่องในช่วงหลายปีมานี้ชอบทำ

สำหรับเรา ในความคิดเห็นส่วนตัว Terminator Genisys เป็นหนังคนเหล็กที่ไม่สนุก หลังจากที่ดูภาคนั้นแล้ว ก็ไปหาภาคเก่า ๆ มาดู ก็ยิ่งรู้สึกเลยว่าภาค 5 มันสนุกน้อยกว่าภาคเก่ามากจริง ๆ ทำให้ตอนนั้นเราคิดจริง ๆ ว่า เห็นแก่แฟรนไชส์… อย่ามีภาค 6 เลย หมดยุคที่ลุง Arnold จะมาเป็นคนเหล็กแล้ว

โลกกำลังถูกรุกรานจากมหาจอมวายร้าย ธานอส (Josh Brolin) เขาไม่ใช่เทพ ทว่ามีพละกำลังมหาศาล ยิ่งเมื่อเขามีถุงมือโลหะที่ควบคุมพลังจากอินฟินิตี้สโตนได้ ทำให้ควบคุมพลังอันไร้ขีดจำกันได้ดั่งใจ ยิ่งทำให้เขายิ่งเทพมากขึ้นไปอีก

ในครั้งนี้ จึงเกิดการระดมพลคนอะเวนเจอร์สกันมามากหน้าหลายตา ช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อหาทางยับยั้งแผนการชั่วร้ายของธานอสให้ได้ แม้ว่าซูเปอร์ฮีโร่หลายตัวจะยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่ก็ตาม

ตัวละครมากกว่า 60 ตัวที่มารวมตัวกันเพื่อผนวกกำลังเพื่อขัดขวางธานอส นำโดย กัปตันอเมริกา (Chris Evans), ไอรอนแมน (Robert Downey Jr.),​ สไปเดอร์แมน (Tom Holland), ธอร์ (Chris Hemsworth) และอีกหลายตัว

แต่สุดท้าย ในปี 2019 นี้ คนเหล็ก 6 มันก็มาจนได้ แต่ภาคนี้ มี James Cameron ซึ่งเป็นผู้กำกับคนเหล็กสองภาคแรกที่เป็นตำนาน กลับมากุมบังเหียนอีกครั้ง ในฐานะโปรดิวเซอร์และคนเขียนบทร่วม ควบสองตำแหน่ง และมอบหน้าที่การกำกับให้ผู้กำกับ Deadpool หรือ Tim Miller มานั่งแท่นกำกับ Terminator: Dark Fate ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมา มันดีมาก จนเราต้องขออนุญาตกลับไปถอนคำพูดที่เคยบอกไว้ว่า “หนังแฟรนไชส์นี้ควรหยุดทำ”

Terminator: Dark Fate หรือคนเหล็ก 6 (2019) นี้ เป็นภาคต่อจาก Terminator 2: Judgment Day (1991) โดยมีตัวละครใหม่คือ Dani Ramos (Natalia Reyes) ที่ถูกคนเหล็กเวอร์ชั่นอัพเกรดล่าสุดจากโลกอนาคต (Gabriel Luna จาก Agents of S.H.I.E.L.D.) ตามไล่ล่า ชะตากรรมคล้ายกับ Sarah Connor (Linda Hamilton) ที่เคยถูก T-800 cyborg (Arnold Schwarzenegger) ตามฆ่าเมื่อหลายสิบปีก่อน เพราะในอนาคต John Connor ลูกชายของ Sarah จะเป็นภัยต่อองค์กร Skynet

ในขณะเดียวกัน มนุษย์ไฮบริด (ครึ่งคนครึ่งหุ่น) Grace (Mackenzie Davis จาก Blade Runner 2049) ก็ถูกส่งมาจากโลกอนาคตให้มาปกป้อง Dani Ramos จากการไล่ฆ่าของคนเหล็กนั้นด้วย

ถึงแม้ Terminator Genisys จะไม่ใช่หนังคนเหล็กที่ดีนัก แต่เราก็ชื่นชมในส่วนที่เขาพยายามปรับบทให้ตัวละครหญิง (Sarah Connor) มีความแกร่งและสตรองขึ้น ตามเทรนด์ Female Protagonist หรือ Heroine ซึ่งถึงแม้เขาจะทำพาร์ท Feminist นี้ไม่ได้ดีเด่มากมาย แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

Terminator: Dark Fate ต่อยอดและเติมเต็มประเด็นพลังหญิงตรงนั้นให้แข็งขึ้นมาก ตั้งแต่ Sarah Connor ในวัย 60 กว่า (Linda Hamilton กลับมารับบทเดิมอีกครั้ง) ที่ดูแกร่งขึ้นมาก ยิ่งมา team up กับ Grace (Mackenzie Davis) ซึ่งเท่สมบทบาทสุด ๆ ก็ยิ่ง so powerful ไปอีก ส่วน Dani Ramos (Natalia Reyes) ก็เป็นตัวละครที่น่าสนใจ มีพัฒนาการตลอด จาก nobody ในเม็กซิโกกลายเป็นหญิงสตรองที่กล้าเผชิญหน้ากับคนเหล็กอย่างมิเกรงกลัว

ทั้ง Linda Hamilton และ Arnold Schwarzenegger ในวัย 63 และ 71 ปีตามลำดับ ตัวชูโรงตั้งแต่ภาค 1-2 ก็กลับมามีบทบาทสำคัญในภาคนี้ ทั้งคู่ออกมาเยอะแบบสมเกียรติ สมศักดิ์ศรี คือเป็นตัวนำจริง ๆ เลย ไม่ใช่มาแบบวับ ๆ แวม ๆ และสร้างสีสันให้หนังอีกด้วย รับรองว่าแฟน ๆ ของหนังแฟรนไชส์นี้ต้องฟินแน่นอน (ส่วนประเด็นว่าทำไมคนเหล็กจึงแก่ได้ ภาค 5 เค้าเคยบอกไว้อยู่นะ)

โดยสรุป เนื้อหาหนังไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าให้ดูซ้ำก็จะดู นักแสดงนำทั้งฝั่งตัวร้ายตัวดีคือเท่หมด ความพลังหญิงก็ชนะเลิศ ไม่รู้สึกยัดเยียด ฉากแอ็คชั่นก็คือที่สุดของที่สุด สนุกมาก ๆ ๆ คือเชียร์ให้ดูโรง IMAX ไปเลย จอใหญ่ ๆ ซาวนด์กระหึ่ม ๆ เหมาะกับหนังบู๊เบอร์นี้สุด ๆ เพราะมันจะทำให้อะดรีนาลีน ณ ขณะดู ได้สูบฉีดยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก รับรองว่า คุ้มค่าตั๋ว ไม่ผิดหวังแน่นอน